Home arrow Articles arrow นางแบบ
นางแบบ   Print  E-mail 

นางแบบ

ร.อ.ทวีศักดิ์ ศรีสละ
นักศึกษาปริญญาโท
สาขาวิชา รัฐศาสตร์การปกครอง
tsrisara@yahoo.com
๒๓ เมษายน  ๒๕๕๐

 


  อาชีพลูกจ้างอย่างผม  วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ นับว่าเป็นวันพักผ่อนสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง  เพราะได้อยู่กับครอบครัว.!  สมองได้ปล่อยว่างจากหน้าที่การงาน  ไม่ต้องเอาใจลูกน้องและเจ้านาย.!  ผมชอบหาความสุขอยู่กับบ้านด้วยการนอนดูทีวี  ดูไปเรื่อยตั้งแต่ข่าวรับอรุณ  ไปจนถึงละครจักรๆ วงษ์ๆ.!  ยิ่งที่บ้านติดเคเบิลทีวี  เลยทำตัวทันสมัยเหมือนกับชาวบ้านเขา  ดูรายการต่างประเทศ  ทั้งๆ ที่ฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง.!  แต่ก็มีความสุขเพราะมีรายการให้เลือกชมมากขึ้น


  วันเสาร์ที่ผ่านมาผมเปิดช่อง  SMILE/ FTV.COM  รายการ World Fashion ดู นาโอมิ แคมป์เบล  “นางแบบ”  ผิวเข้มชื่อดังชาวอังกฤษขวัญใจผม  เดินแบบบนแคตวอล์ก.!  อวดทรวดทรงพวงถันอะร้าอร่ามงามตาหน้าเสน่หา  กอปรกับรูปร่างเธอสูงระหงษ์  แขนขายาว สะโพกใหญ่ เอวขอด  ส่งให้สัดส่วนเธอเย้ายวนชวนมองยิ่งนัก.!    วันนั้นเธอใส่ชุดแซกสายเดี่ยว  ผ้าชีฟองสีขาวบางพริ้วตัดกับผิวสี มองดูรู้สึกสวยเนียนตาชวนปั่นป่วนหัวใจ.!


  “นางแบบ” บางคนใส่ชุดชั้นในโชว์สัดส่วน “อวบ อึ่ม สวย เอ๊ก” เห็นร่องอกสวยงาม  ด้วยเต้าขนาดใหญ่ล้น CUP.!  ทำให้อดเป็นห่วงกลัวเธอจะหายใจ หายคอ ไม่สะดวก  อดคิดไม่ได้ว่า.. เขาตั้งใจโชว์ชุดชั้นใน หรือต้องการโชว์อะไรกันแน่.?    นอนดู “นางแบบ” ต่างชาติโชว์ลีลาท่าเดินยักย้าย  ส่ายสะโพก  แล้วอดนึกถึงโครงการ “ กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น”  (Bangkok Fashion City) ของรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้.! 


ในครั้งนั้นคณะรัฐมนตรีของ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  มีมติอนุมัติโครงการ “ กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น”  (Bangkok Fashion City)  เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ด้วยงบประมาณ ๑,๘๒๕ ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจแฟชั่น เพื่อเพิ่มรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ     รัฐบาลจึงส่งเสริมให้เอกชนจัดงานแสดงสินค้าแฟชั่นระดับนานาชาติ หรือเทรด โชว์ (Trade Show) การแสดงสินค้าแฟชั่นไทยแบบอิสระในประเทศเป้าหมาย หรือ อินดีเพนเด้นท์ โชว์ (Independent Show) การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าแฟชั่นไทยในห้างสรรพสินค้า  และศูนย์การค้าชั้นนำในประเทศเป้าหมายหรือ อิน-สโตร์ โปรโมชั่น    (In-Store Promotion) 


การแสดงแฟชั่นแต่ละครั้งสิ่งที่ผู้จัดงานขาดไม่ได้คือ “นางแบบ” เพื่อมาเป็นพรีเซนต์เตอร์ให้กับสินค้าโดยเอาเรือนร่างของ “นางแบบ” เป็นจุดขายเรียกร้องความสนใจ  เพื่อทำให้สินค้าติดตา ติดตลาดผู้บริโภค  แต่ก่อนการเดินแฟชั่นโชว์จะทำในโรงแรมหรูๆ ผู้ร่วมงานต้องซื้อบัตรเข้าไปชมในราคาสูง  โดยผู้จัดอ้างว่าเพื่อการกุศล  


แต่ปัจจุบันนับประกาศให้  “ กรุงเทพฯ เป็นเมืองแฟชั่น”(Bangkok Fashion City) การ “เดินแฟชั่นโชว์” ทำกันง่ายๆ  ไม่มีพิธีรีตองเหมือนแต่ก่อนใช้ “นางแบบ” เพียง ๔ – ๕ คน  เดินกันในห้างสรรพสินค้า เดินกันตามสี่แยก หรือในตลาดสดก็ยังไปเดิน  ทำให้อาชีพ “นางแบบ” เป็นที่หมายตาของหนุ่มสาวยุค      “ กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น”    เพราะเป็นงานที่ทำกันง่ายๆ รายได้ดี  ได้แต่งตัวสวย ล้ำนำสมัย โดนใจวัยโจ๋.! 


ทำให้มี “นางแบบ”  หน้าใหม่ๆ หมุนเวียนเข้ามาในวงการมากมายไม่ขาดสาย  เพราะเป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องมีความรู้  อาศัยเพียงมีรูปร่างหน้าตาพอไปวัดตอนสายได้ก็พอ    “นางแบบ”  เก่าเริ่มแก่กลัวถูกแย่งอาชีพ  ยอมทำทุกอย่างให้มีชื่อเสีย.!   เพื่อไม่ให้ตัวเองตกรถไฟเที่ยวสุดท้าย     เมื่อคนแก่ทำได้.!  เด็กก็ทำมั่ง.!  แม่ให้ของติดตัวมาคนเดียวที่ไหน.!  


“นางแบบ” โชว์สรีระแสดงภาพ “โป้ เปลือย” ห้ำหั่นเอาชนะกันเอง  เพื่อครองความเป็น    “ซุปเปอร์โมเดล” เมืองไทย  อย่างขาดสติ ไร้จิตสำนึก  ยอมให้สิ่งที่แม่ให้มา  “หลุด  รอด  ล่วง  หล่น” บนเวที    โทรทัศน์แพร่ภาพ นิตยสารบันเทิงวิจารณ์ภาพข่าว อินเตอร์เนตโชว์ภาพลับ ข้อมูลลึก.!   “สื่อลามก” รวบรมภาพสยิวจำหน่ายในตลาดมืดให้หนุ่มน้อย.! หนุ่มใหญ่.! สาวน้อย.! สาวใหญ่.!  หาซื้อชมได้ตามอัธยาศัย


 “ กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น”    ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากรัฐบาลที่แล้วสดุดขาตัวเองหกล้มไปเสียก่อน  แต่ได้ทิ้งมรดกไว้กับ   หนุ่มวัยโจ๋.! สาววัยจ๊าบ.! แต่งกายเลียบแบบ “นางแบบ” เพราะกลัวตกยุค  ทำผมเซอๆ ใส่เสื้อสายเดียว  เหว้าอกโชว์ขนาดใหญ่เต็ม cup เน้นเนื้อเนินนูนโดยไม่แคร์สายตา อวดรูปประชันโฉมแสดงความ “เป็นสาวแล้วนะ”  เดี๋ยวนี้ใน “ กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น”แม่ลูกเดินไปด้วยกัน มองไม่ออกว่า  คนไหนเป็นแม่.?  คนไหนเป็นลูก.?  เพราะใช้ cup d  เหมือนกัน.!


นิสิต นักศึกษาใน “ กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น”  ต่างทิ้งเครื่องแบบ “ยูนิฟอร์ม” เดิม จากเสื้อขาวหลวมๆ กระโปรงดำยาวเลยหัวเข่า รองเท้าสีดำรัดส้น  เป็นเทรนด์ “นางแบบ” เสื้อขาวต้อง “เอวลอย คับติ้ว” ใส่แล้วเห็นการเต้นของหัวใจ  หายใจแต่ละทีกลัวกระดุมขาด  กระเด็นเข้าลูกตาคนมองเสียเหลือเกิน  กระโปรงต้อง “ฟิตเปรี๊ยะ โรดเตี้ย สั้นเต่อ”  ใส่แล้วนั่งไม่ได้เพราะกลัวหลุด  เพื่ออวดโฉมโชว์เรียวขาขาวๆ จึงจะอินเทรนด์  รองเท้าต้อง “เปลือยส้น” หลากสีจึงจะจ๊าบ  


  ปัจจุบันการเรียนการสอนฝึกฝนให้ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง  ปลูกฝังให้เกิดความเชื่อมั่น  นับถือตนเอง.! มากกว่าครูอาจารย์  เขาจึงทำตัว “เก่ง กล้า ก๋า กั่น” ไม่รักนวลสงวนตัว.!    เงินทองที่พ่อแม่ให้มาเรียนหมดไปกับการแต่ง ดื่ม กิน เที่ยวตาม  เธค  บาร์  ไนต์คลับ.!   ใช้จ่ายเกินตัว.!  ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย.!   เงินหมดไม่มีใช้จ่าย  ก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกเงิน.!   


  ยอมทำแม้กระทั่งใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายวิดีโอคลิปภาพ “โป้เปลือย” โชว์เรือนร่างของตัวเอง แล้วนำไปเร่ขายตามร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ  แลกกับเงินเพียง ๔๐๐-๕๐๐ บาท   บางคนใจกล้า หน้าด้านกว่านั้น.!  เต้น  “อะโกโก้” โชว์เรือนร่างผ่านเวบแคม เพียงเพื่อแลกกับรหัสบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ.!  ทุกวันนี้ใครๆ ก็เป็น “พระเอก นางเอก” หนังให้คนดูทั่วโลกได้  ขอเพียงใจกล้า.! หน้าด้าน.! เท่านั้นพอ  พ่อแม่จะอับอายขายหน้าประชาชี       ก็ช่าง!!!  ขอให้ฉันมีเงินใช้.!


  รูปภาพ “โป้เปลือย” ไม่มีวันเก่า ไม่มีวันตาย และจะไม่มีวันล้าสมัย.!  นับวันจะเป็นของดีมีค่าอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ต ให้ผู้เล่นเข้าไปชม เพื่อส่งแลกเปลี่ยนกันไปมา.!     ภาพ “โป้เปลือย”  ยังคงทำหน้าที่กระตุ้น      “กามารมย์” อย่างซื่อสัตย์นับตั้งแต่มีมนุษย์อุบัติขึ้นในโลก เมื่อ ๓ – ๔ ปีที่ผ่าน เด็กไทยมีประสบการณ์ทางเพศครั้งแรกที่อายุเฉลี่ย ๑๖ – ๑๗ ปี แต่ปัจจุบันอายุ ๗ ขวบ ก็ข่มขืนเพื่อนในชั้นเรียนแล้ว.!


  ปัญหาการทำแท้งเถื่อน การทอดทิ้งทารก และการข่มขืนกระทำชำเรา ล้วนเป็นปัญหาสังคมที่เกิดจากเด็กและเยาวชนไทย  เรียนรู้และรับอารยะธรรมตะวันตกมาใช้ในทางที่ผิด โดยผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และรัฐบาล ปล่อยปละละเลยทิ้งปัญหา จนกลายเป็นค่านิยมในหมู่วัยรุ่นทำให้อยากแก่การแก้ไข   มีใครบ้างที่จะบอก  “นางแบบ”  ว่าวันหนึ่งข้างหน้าเขาต้องเป็น  แม่คน.!   

 
จึงขอนำพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  มาเตือนสติหญิงไทยยุค     “กรุงเทพ เมืองแฟชั่น” 


ขอประพันธ์จรรยาสุภาษิต
ไว้เตือนจิตหญิงไทยในสยาม
ทั้งเริ่มรุ่นลักขณาสง่างาม
อยู่ในความดำริควรติตรอง
     เป็นสตรีนี้ไซร้มิใช่ง่าย
สงวนกายเราไว้อย่าให้หมอง
จะยากจนค่นไร้วิสัยทอง
ย่อมจะต้องมีค่าราคาแพง
     เหมือนพิกุลดีจริงไม่ทิ้งกลิ่น
ถึงตกดินจมทรายไม่หน่ายแหนง
ยังหอมหวานชวนชื่นระรื่นแรง
ไม่เหี่ยวแห้งไม่ทรามความนิยม
     แต่หอมกลิ่นมาลาที่ว่าหอม
ชั่วถนอมเชยชิดสนิทสนม
เฉพาะเมื่อจับต้องประคองชม
เวลาดมชั่วครั้งไม่ยั่งยืน
     อันหอมนามความดีสตรีนั้น
ไม่มีวันทรามเชยระเหยหืน
ถึงมาตรแม้นตัวตายไม่คลายคืน
ยังหอมชื่นชูนามเพราะความดี
     เป็นผู้หญิงตำราที่ว่าสวย
ต้องกอปรด้วยเบญจลักษณ์เป็นศักดิ์ศรี
ถึงไม่ครบทั้งห้าตามมาลี
สมัยนี้สำคัญด้วยจรรยา
     อันงามรูปงามทรัพย์บังคับยาก
มีน้อยมากก็ตามชาติวาสนา
ถึงร่างกายบุญกรรมก็ทำมา
มิใช่ว่าสรรสร้างได้ดังใจ
     คงแต่เพียงที่สามให้งามจิต
งามจริตกิริยาอัชฌาสัย
งามวาจาไพเราะเสนาะใน
ดำรงค์ไว้ให้งามสามประการ
     แม้สตรีมีงามเพียงสามสิ่ง
นับว่าหญิงน่ารักสมัครสมาน
ถึงรูปทรัพย์คับแค้นแสนกันดาร
ต้องประมาณว่างามตามตำรา
     อีกนัยหนึ่งเครื่องประดับสำหรับนาฎ
ศิลปศาสตร์เป็นของจะต้องหา
งามอะไรก็ไม่เยี่ยมเทียมวิชา
อาจจะพาให้กายสบายเบา
     อันสตรีที่งามด้วยความรู้
เป็นที่ชูโฉมเชิดเลิศเฉลา
แต่อย่าเพียรเรียนเล่นพอเป็นเรา
ต้องเรียนเอารู้ดีจึงมีคุณ
ถึงพ่อแม่เราไซร้จะให้ทรัพย์
ก็สำหรับขาดเหลือช่วยเกื้อหนุน
ย่อมจะเป็นแต่ละเมื่อที่เจือจุน
ไม่เหมือนทุนทางวิชาจะหากิน
     ด้วยความรู้นั้นเลิศประเสริฐสุด
เปรียบประดุจดังแควกระแสสินธุ์
จะวิดวักตักมาเป็นอาจินต์
ไม่รู้สิ้นแห้งขอดตลอดกาล....

ความเห็น
เขียนโดย Guest on 2009-04-22 19:29:39
คุณคิดว่ามันสมควรแล้วหรือที่เอามาลงในเว็ปที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ ผู้สืบทอดศาสนา

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น

Powered by AkoComment 1.0 beta 2


สงวนลิขสิทธิ์โดยมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์
๒๖ หมู่ ๗ ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
โทรศัพท์: ๐-๒๔๒๙-๑๖๖๓, ๐-๒๔๒๙-๑๗๑๙ โทรสาร : ๐-๒๔๒๙-๑๒๔๑, ๐-๒๔๒๙-๑๗๑๙