Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199
หน้าแรก

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199
ขัดขวางหรือส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้าน : กรณีศึกษาป้าเช็ง   พิมพ์  ส่งเมล์ 

 

ขัดขวางหรือส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้าน : กรณีศึกษาป้าเช็ง

 

                                                                              ผศ.พระครูสุนทรธรรมโสภณ

๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๓      

                  

ความนำ

            ภูมิปัญญาชาวบ้าน  คือวิธีการที่ชาวบ้านได้สร้าง  ได้สั่งสม  ได้เรียนรู้จากประสบการณ์  โดยการลองผิดลองถูก  เป็นประสบการณ์ตรง และประสบการณ์ของชาวบ้านนั้นเขาได้ด้วยประสบการณ์ของตัวเขาเอง  แลกมาด้วยชีวิต  ภูมิปัญญาของชาวบ้านเป็นภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นด้วยชาวบ้าน  อยู่กับชาวบ้าน โดยชาวบ้านและเพื่อชาวบ้าน    มีความเหมาะสม  มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน

            ภูมิปัญญาชาวบ้านหมายถึงมวลประสบการณ์ของชาวบ้านที่สั่งสมมาเป็นเวลาที่ยาวนาน จากบรรพบุรุษสู่ปัจจุบัน  อันเกิดจากประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาหลากหลาย เพราะคำว่า ภูมิ หมายถึง พื้น  ชั้น  พื้นเพ  ส่วนคำว่า ปัญญา หมายถึง ความรอบรู้ ความฉลาดที่เกิดจากการเรียน  การคิด  เมื่อนำมารวมกันแล้ว คำว่า ภูมิปัญญา จึงหมายถึง พื้นความรู้ ความสามารถ  และคำว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายถึง ความสามารถในการใช้พื้นความรู้ เพื่อสร้างสรรค์งานในการพัฒนา และการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่น  เพราะภูมิปัญญาเป็นลักษณะองค์รวม(Holistic) ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม เกิดขึ้นในวิถีชีวิตของคนไทย  อันที่จะช่วยในการเรียนรู้   การแก้ปัญหา  การจัดการความรู้ และการปรับตัวในการดำรงชีวิตของคนไทย

            ในการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น เพื่อให้รู้รากเหง้าแห่งความคิดความเชื่อ  รู้ฐานแห่งวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม หรือวิถีชีวิตที่ดั้งเดิมที่แท้จริงของบรรพบุรุษ  เพราะวัฒนธรรม(Culture) ก็คือวิถีชีวิต การดำเนินชีวิตนั่นเอง เราจะเห็นว่าวัฒนธรรมการกิน  วัฒนธรรมภาษา  วัฒนธรรมการแต่งตัว  วัฒนธรรมของความคิด  เกี่ยวกับทำศพ  การแต่งงานและการที่มนุษย์มีวัฒนธรรมนี้เองที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย  นอกนั้นมีอะไรต่างจากสัตว์บ้าง

            ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือความรู้ของชาวบ้านในท้องถิ่น ซึ่งได้มาจากประสบการณ์ และความเฉลียวฉลาดของชาวบ้าน รวมทั้งความรู้ที่ได้สั่งสมมาจากบรรพบุรุษ สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น  ในระหว่างการสืบทอดนั้นอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง  จนดูเหมือนเป็นความรู้ใหม่ ทั้งนี้แล้วแต่บริบทที่เปลี่ยนไป ตามสภาพการณ์ทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม  ภูมิปัญญาเป็นความรู้ที่ประกอบไปด้วยคุณธรรม ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้าน  ความจริงวิถีชีวิตของชาวบ้านไม่ได้แปลกแยกเป็นส่วน ๆ หากแต่มีความสัมพันธ์กัน  ต่างเป็นปัจจยาการ หนุนเนื่องซึ่งกันและกัน   การทำมาหากิน  การอยู่ร่วมกันในชุมชน  การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา  ประกอบพิธีกรรมตามประเพณี ความเชื่อนั้น ๆ ตามแต่ละท้องถิ่น 

ภูมิปัญญาท้องถิ่น  คือความรอบรู้ของชาวบ้าน ที่เรียนรู้และประสบการณ์ที่สืบทอดกันมาทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือประสบด้วยตนเองโดยการเรียนรู้จากผู้ใหญ่  นักวิชาการบางคนก็ให้ความหมายว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้านคิดได้เองนำมาใช้ในการแก้ปัญหาเป็นองค์ความรู้ทั้งหมดของชาวบ้าน ทั้งกว้าง ทั้งลึก ที่ชาวบ้านคิดเอง ทำเอง โดยอาศัยศักยภาพที่มีอยู่แก้ปัญหาการดำเนินชีวิตในท้องถิ่นอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น

            ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ ความรู้และประสบการณ์ของประชาชนในท้องถิ่นที่ได้รับการอบรม สั่งสมและถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ เป็นความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ของตนเอง โดยเรียนรู้จากการทำงาน จากธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าเสริมสร้างความสามารถ ทำให้คนในชุมชนมีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข  ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายถึงข้อมูลที่แสดงถึงความคิดคุณค่าความสัมพันธ์ และการผลิตที่มีการสั่งสม ถ่ายทอด สืบต่อกันมาในชุมชนแห่งหนึ่ง ๆ รวมทั้งส่วนที่เป็นความคิดริเริ่มของบุคคลในชุมชนและได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่า มีความหมายมีความสอดคล้องกับวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตของท้องถิ่น

            ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือภูมิปัญญาชาวเกิดจากการสะสม การเรียนรู้มาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน  มีลักษณะที่เชื่อมโยงกันไปหมดในทุก ๆ  สาขา ไม่เป็นส่วน ๆ เป็นวิชาแบบที่เรียนกัน ฉะนั้นวิชาที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจอาชีพ ความเป็นอยู่ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายการศึกษาวัฒนธรรม จะผสมกลอมกลืนเชื่อมโยงกันไปหมด ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ ความรู้  ความคิด ความเชื่อความสามารถและความจัดเจน ที่เป็นผลของการใช้สิตปัญญาที่ปรับตัวกับสภาวะต่าง ๆ ในพื้นที่ที่กลุ่มชนนั้นตั้งหลักฐาน และได้แลกเปลี่ยนสังสรรค์ทางวัฒนธรรมกับกลุ่มและกลุ่มชนอื่นจากพื้นที่สิ่งแวดล้อมอื่น เมื่อได้มีการติดต่อสัมพันธ์กันแล้ว รับเองหรือนำมาสร้างสรรค์ประโยชน์หรือแก้ปัญหาได้ในสิ่งแวดล้อมและบริบททางสังคมวัฒนธรรมของกลุ่มชนนั้น

 

ประเภทของภูมิปัญญา

            ภูมิปัญญาไทย ตามที่สำนักงานกลางหอรัษฎากรพิพัฒน์ได้มีการแบ่งภูมิปัญญาไทยหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น ออกเป็นสาขาต่าง ๆ  เป็น 10  สาขา ดังนี้  1) สาขาเกษตรกรรม   2)สาขา คหกรรม  ด้านโภชนาการ การประดิษฐ์หัตถกรรม  อุตสาหกรรม  3)สาขาศิลปกรรม     4)สาขาสุขภาพ  5)สาขาภาษาและวรรณกรรม   6) สาขาปรัชญา ศาสนา และประเพณี 7) สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  8) สาขาการจัดการกองทุนและธุรกิจชุมชน 9) สาขาสวัสดิการ และ10) สาขาการจัดการองค์กร

            สาขาเกษตรกรรม เน้นที่ความรู้ความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ ทักษะประสบการณ์ กับเทคนิคด้านการเกษตร การทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์  การประมง  การทำไร่สวนผสม  การแก้ปัญหาการตลาด การผลิต และการรู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมการเกษตร เป็นต้นว่า การทำเกษตรแบบผสมผสาน การทำเกษตรแบบพอเพียงอย่างชาวบ้านเขาเลี้ยงปลาในบ่อปลา  ในขณะเดียวกันเขาก็จะเลี้ยงไก่ในเล้าไก่บนบ่อปลา  เมื่อให้อาหารไก่ และไก่มีธรรมชาติที่กินเก่ง กินไม่หยุดยกเว้นเวลานอน เมื่อกินบ่อยหรือกินเก่งก็จะขี้เก่งตามมาด้วย และ ขี้ไก่หรือมูลไก่ก็จะเป็นอาหารของปลาอีกต่อหนึ่ง เป็นการเลี้ยงสัตว์แบบห่วงโซ่ทางธรรมชาติ

สาขา คหกรรม  ด้านโภชนาการ การประดิษฐ์หัตถกรรม  อุตสาหกรรม  เน้นที่การโภชนาการ ความสามารถในการเลือกสรร การประดิษฐ์คิดค้น  การปรุงแต่งอาหารและยา ในสภาวการณ์ต่าง ๆ การผลิตเป็นสินค้าเพื่อการส่งออกทั้งในและต่างประเทศ การขยายคุณค่าด้านทรัพยากร  การดัดแปลงสูตรการทำอาหารให้แปลกใหม่ เป็นต้นว่าการทำปลาร้า  ทำปลาส้ม  การทำแหนม  การทำหมูยอ  การทำเค็มสับปะรด  การทำน้ำพริก  การทำขนมแบบต่าง ๆ   การข้าวหลาม  ด้านการประดิษฐ์หัตถกรรม การผลิตผ้า ผลิตเครื่องแต่งกาย  การถักทอ เย็บ ย้อม ความรู้ในการผลิตวัตถุดิบ  การทำเส้นด้ายไหม จากตัวหม่อน  จากใยผักเส้นไหม ซึ่งข้างในจะเป็นตัวดักแด้  การปั่นฝ้ายจากดอกฝ้าย  การออกแบบลายต่าง  การออกแบบการตัดเย็บเสื้อผ้าตามแบบภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น   หัตถกรรมเครื่องจักสานต่าง ๆ จากไม้ไผ่   จากหวาย สวะ  กระจูด  กก  จากหญ้าลิเภา จนสามารถสร้างเป็นอาชีพได้ และด้านอุตสาหกรรม  เน้นที่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการแปรรูป ผลิตเพื่อการบริโภค  เพื่อจำหน่าย เช่น โรงงานยาง กลุ่มแม่บ้านหัตถกรรม  เป็นอุตสาหกรรมเบา  อุตสาหกรรมพื้นบ้าน ทั้งนี้โดยมีฐานคิดมาจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน  หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น

 สาขาศิลปกรรม เน้นที่ความรู้ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะต่าง ๆ  เช่น จิตกรรม  ประติมากรรม  สถาปัตยกรรม การประดิษฐ์ และการนันทนาการ  นาฏศิลป์ ดนตรี  ทัศนศิลป์ คีตศิลป์ การละเล่นพื้นบ้าน  เพลงพื้นบ้าน มวยไทย

สาขาการแพทย์แผนไทย  เน้นที่ความรู้ความสามารถในการจัดการป้องกัน และการรักษาสุขภาพของคนในชุมชน ให้สามารถพึ่งตนเองได้ ให้รู้จักใช้สมุนไพร  การรักษาโรคตามแบบหมอแผนโบราณ การสืบสานตำราสมุนไพร  หมอนวดแผนโบราณ  หมอตำแย

สาขาภาษาและวรรณกรรม  เน้นที่การอนุรักษ์และการสร้างสรรค์ผลงานด้านภาษาและการแต่งวรรณกรรมพื้นบ้าน  การเรียนการสอนภาษาถิ่น การคิดประดิษฐ์ภาษาถิ่น  การสืบสารอักษรโบราณ  วรรณกรรมท้องถิ่น  เช่น นิทานในประเทศไทยเป็นสิ่งที่มีมานาน ซึ่งนิทานจะให้ความรู้ ให้สาระ และความบันเทิงกับเด็ก ๆ โดยผู้ใหญ่เป็นผู้เล่าให้เด็ก ๆ ฟังเพื่อสั่งสอนให้รู้จักความดี ความชั่ว การประพฤติตนอยู่ในสังคม ผ่านตัวละครในนิทานนั้น ๆ ในท้องถิ่นที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับธรรมชาติมีประเพณีสืบทอดกันมา  มีขนบธรรมเนียมที่เคร่งครัด มีความสมานฉันท์ปรองดองทำงานร่วมกัน 

สาขาปรัชญา ศาสนา และประเพณี เน้นในด้านพิธีกรรม  หมอสูตรขวัญ  การไหว้แม้โพสพ  ด้านโหราศาสตร์  วิชาหมอดู ทำนายวัน เดือน ปีเกิด การทำนายลายมือ หรือหัตถศาสตร์ วิชาการผูกดวงชะตา   และด้านขนบธรรมเนียมประเพณี 

สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นที่ความสามารถเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร  การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น การพัฒนาท้องถิ่นบนฐานคิดของวัฒนธรรมท้องถิ่น  การรู้จักใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นอย่างเหมาะสม  เป็นการพัฒนาแบบสมดุลและยั่งยืน

สาขาสวัสดิการ   คือความสามารถในการจัดสวัสดิการในการประกันคุณภาพชีวิตของคน  ให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เช่น การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลของชุมชน  การจัดระบบสวัสดิการบริการในชุมชน การจัดระบบสิ่งแวดล้อมในชุมชนเป็นต้น

สาขาการจัดการองค์กร คือ ความสามารถในการบริหารจัดการดำเนินงานขององค์กรชุมชนต่าง ๆ ให้สามารถพัฒนาและบริหารองค์กรของตนเองได้ตามบทบาทและหน้าที่ขององค์กร เช่น การจัดองค์กรแม่บ้าน กลุ่มทุนออมทรัพย์ กลุ่มประมงพื้นบ้าน

สาขาการจัดการกองทุนและธุรกิจชุมชน  ธุรกิจชุมชน คือ กิจกรรมที่ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการในรูปของสหกรณ์ออมทรัพย์ ธนาคารหมู่บ้าน    ธุรกิจชุมชน คือธุรกิจที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกิจการ ทั้งในลักษณะการเป็นข้าวของเองทั้งหมดหรือบางส่วนในฐานะผู้ร่วมทุน ผู้ถือหุ้นอันจะนำไปสู่การมีชีวิตที่ดีและการพัฒนาที่ยั่งยืน

สรุปได้ว่า ภูมิปัญญาไทยหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถแบ่งออกเป็นสาขาต่าง ๆ ได้  10 สาขา  ตามคติความคิด ความเชื่อที่ได้สั่งสมมาเกี่ยวกับเกษตรกรรม  คหกรรม  ด้านโภชนาการ การประดิษฐ์หัตถกรรม  อุตสาหกรรม  ศิลปกรรม       ภาษาและวรรณกรรม   ปรัชญา ศาสนา และประเพณี   การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  การจัดการกองทุนและธุรกิจชุมชน  สวัสดิการในชุมชน และการจัดการองค์กร และสุขภาพ รวมถึงกรณีของภูมิปัญญาในการผลิตยาสมุนไพรของป้าเช็งนี้ด้วยซึ่งได้สืบทอด ภูมิปัญญาไทย เป็นภูมิปัญญาที่สั่งสม สืบทอด ถ่ายทอดสืบต่อกันมา  จากอดีตพ่อแม่ ปู่ย่าตายายจนถึงปัจจุบัน

 

กรณีศึกษา : ป้าเช็ง (นางสาวศรวรรณ  ศิริสุนทรินทร์)

            จากกรณีของคุณศรวรรณ  ศิริสุนทรินทร์หรือป้าเช็ง นั้นผู้เขียนได้พยายามศึกษา  หาข้อมูลทั้งจากการสอบถามผู้เกี่ยวข้อง  สัมภาษณ์จากผู้ที่ใช้สูตรการหมักผลไม้  หมักผลไม้รวมที่ป้าเช็งเรียกว่าหมักขยะ หรือระยะหลังเปลี่ยนเป็นหมักพลอยเพชร  โดยป้าเช็งบอกสูตร และเผยแผ่สูตรให้กับชาวบ้าน   สอนวิธีการทำอาหาร สอนวิธีการหมักทางสื่อต่าง ๆ  โดยเฉพาะสื่อของป้าเช็งเองทางช่อง Super cheng   เมื่อเขาได้สูตรมา เขาก็หมักเอง  ทดลองเองเห็นผลดี  ใช้แล้วโรคหลาย ๆ หาย  ก็บอกสูตรเผยแผ่สูตรกันต่อ ๆ ไปแบบปาก ต่อปาก  ดัง กรณีของป้าเช็ง จัดอยู่ในกลุ่ม หรือ สาขาการแพทย์แผนไทย  เน้นที่ความรู้ความสามารถในการจัดการป้องกัน และการรักษาสุขภาพของตนเอง และของคนในชุมชน ให้สามารถพึ่งตนเองได้ ให้รู้จักใช้สมุนไพร  การรักษาโรคตามแบบหมอแผนโบราณ การสืบสานตำราสมุนไพร  คือทำเองใช้เอง เห็นผลเอง  ใช้แก้ปัญหา  สามารถให้มีสุขรอดมาได้อย่างมีความสุข  โดยไม่พึ่งสารเคมี และเราเห็นแล้วว่าสารเคมีมีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร  มีผลเสียต่อธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อมอย่างไร

            มีคนดูรายการทาง ที วี  ช่อง Super cheng    หลายสิบล้านคน  มีคนเข้ามาผลของการหมัก  ผลของการใช้ด้วยชาวบ้านเองวันละหลายสิบคน  ชื่อมีชื่อ  นามสกุล  มีที่อยู่ที่แน่นอน  มีเบอร์โทรศัพท์สามารถติดได้ทั้งทางบ้านเลขที่   ทั้งทางโทรศัพท์  แสดงให้เห็นว่าผู้ที่นำสูตรไปทดลองหมัก  ทดลองใช้มีตัวตนจริง  มีความชัดเจนขนาด  ทางการยังจะดันทุรังไปตั้งข้อกล่าวหาได้อย่างไร  แบบนี้คือการรังแกประชาชนใช่หรือไม่  เรื่องที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านกลับไปกำจัดเขา  แต่เรื่องที่ให้โทษกับชาวบ้าน  เป็นโทษกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมกลับเมยเฉย หรือไม่ไปสนับสนุนส่งเสริมด้วยซ้ำ  จึงหาสงสัยว่าทำไม  เพราะอะไร  ดูจะจริงอย่างนั้นหรือที่ป้าเช็งกล่าวหาว่า อาจรับเงินจากพวกนำเข้าสารเคมี ?  ประเด็นนี้น่าสนใจ  น่าค้นหาคำตอบ

            การที่ชาวบ้านหันไปแสวงหาที่พึงจากหมอต่าง ๆ  ทางเลือกมากขึ้น  ไปหาหมอสมุนไพร  หมอแผนโบราณมากขึ้นนั้น  และเป็นทางออกที่ดีเพราะเป็นทางออกที่เป็นทางหลักเดิมของชาวบ้าน เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ บรรพบุรุษ  และมันสะท้อนถึงความล้มเหลวของหมอแผนสมัยใหม่ ที่แยกคนออกจากโรค และมุ่งรักษาโรค แก้โรคแต่ไม่คำนึงถึงคน และสะท้อนถึงความล้มเหลวในการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขใช่หรือไม่   เพราะหมอไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้  เหมือนการ

            เหมือนชาวพุทธมีความงมงาย  กราบไหว้วัวสามขา  หมาสามขา  กราบไหว้ต้นกล้วยสองยอด  มะพร้าวสองยอด  มันสะท้อนถึงความล้มเหลวของการเผยแผ่ศาสนาด้วยใช่หรือไม่  สิ่งเหล่าหากนำมาพิจารณาให้ดี  มองในเชิงบวกแล้ว  จะเป็นโยชน์ด้วยซ้ำต่อการทำงาน  เป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหา  เพราะนี้คือความจริงหรือทุกขสัจจของสังคมที่เนอยู่

            ป้าเช็ง หรือนางสาวศรวรรณ  ศิริสุนทรินทร์  อาชีพหลักดั้งเดิมเท่าที่ทราบจากป้าเช็งบอกเอง จากทางสื่อต่าง ๆ  รวมทั้งประกาศทางช่อง Super cheng  คืออาชีพนักค้าที่ดิน  พ่อ แม่ มีที่ดินมาก ซื้อที่ดินไว้มาก  ประกอบกับป้าเช็งเป็นนักสู้ชีวิต  ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย  ไม่เคยท้อและไม่ยอมถอยต่อปัญหาและอุปสรรคของชีวิต  ส่วนความรู้เรื่องสมุนไพร  ความรู้เรื่องอาหาร  ก็เกิดจากความสนใจใฝ่รู้   เกิดจากการรู้พักตร์รักจำ  ในฐานะเป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียน เป็นคนไม่หยุดนิ่ง  การหมักสมุนไพรได้ผ่านการพิสูจน์ทดลอง  เห็นผลจนเกิดความมั่นใจ  จึงนำมาแนะนำ  มาเผยแผ่ประชาชนคนไทยด้วยความปรารถนาดี  สะท้อนความสำเสร็จของการศึกษาตามอัธยาศัย  เมื่อนำมาเผยแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์โดยไม่คิดมูลคำสะท้อนให้เห็นเป็นผู้มีจิตสาธารณะ ที่สังคมจ้องการให้คนไทยทุกคนเกิดมีอยู่ในขณะนี้ มีการรณรงลดโลกร้อน ที่กำลังเป็นปัญหาของโลกอยู่ในขณะนี้ และไม่ต้องการให้คนไทยต้องซื้อสินค้าจากต่างประเทศ  เสียดุลการค้า  ละปัญหาขยะ  ลดความร้อนโลก  ผู้เขียนเชื่อว่าป้าเช็งกำลังกระทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว  แต่อาจไม่อาจไม่ถูกใจบางคน เพราะไปขัดผลประโยชน์ของพวก บางคนตามที่ป้าเช็งกล่าวมาโดยตลอดน่าจะเป็ความจริง

            เกิดผลดีต่อการรักษาโรค  ก็เมื่อชาวบ้านหาย  และสิ่งที่นำมาหมักนั้นมันเป็นสมุนไพร  เป็นผลไม้ธรรมดา  หาง่าย  ปลูกเองได้  หาได้ตามท้องท้องถิ่นอย่างลูกสมอ ลูกมะขามป้อม  ลูกยอ   บอระเพ็ด   ลำไย   ลิ้นจี่  มะระ ฯลฯ  และสูตรหมักผลไม้รวม  สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพืชพื้นฐาน  ผลไม้ของท้องถิ่น

            แม้ผู้เขียนเองจะไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์  แต่หากดูจากส่วนผสมส่วนประกอบไม่น่าจะมีผลข้างเคียงในทางที่เป็นโทษเสียหายกับผู้ใช้ ผู้บริโภค เพราะมีเพียงน้ำ กับน้ำตาล  ผลไม้หรือเศษสิ่งของที่เรากินทั้งนั้น 

 

ประสบการณ์

ผู้เขียนได้ทดลองหมักผลไม้รวม ทดลองใช้มาแล้ว ในขณะที่หมักได้ 14 วัน ได้นำมาทดลองเทใส่ภาชนะน้ำให้แมวดื่ม ปกติจะมีลูกน้ำหรือลูกยุ่งเต็ม  แต่ต่อมาใส่หยดใส่ 3 -4   หยด  แล้วทิ้งไว้ไม่มีลูกน้ำเลย  กรณีที่สองมีเพลี้ยที่ต้นมะเขือสีขาว ๆ ใบหงิกงอทำท่าจะตาย  ได้ใช้นำหมักครึ่งแก้วผสมน้ำครึ่งถังเทสาดใส่ต้นมะเขือ ประมาณ 4- 5 วัน และ ประมาณ  7  วันมีใบงอกออกมาใหม่ ขณะนี้สวยงามมาก  หลังจากนั้นมา จึงกล้าเอามาดม ๆ และทดลองเอาน้ำมาดื่มติดต่อกัน 2-3วัน คือ เมื่อวันที่ 8- 9 10 ตุลาคม 2553 นี้เอง อาการภูมแพ้  ที่เคยจามตอนเช้า ๆ น้ำมูกไหล ทุกวันติดต่อกันมาประมาณ 2 -3 ปี  มันเกิดหายไปเอง ก็ได้แต่แปลกใจ  นึกในใจว่าดูท่าจะได้ผลจริง  จึงตัดสินใจศึกษาหาข้อมูลมากขึ้นและเขียนบันทึกไว้ ในรูปของบทความให้เป็นที่ปรากฏ

 

ข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐ

            เมื่อกรณีของป้าเช็งเกิดขึ้น กระทรวงสาธารณสุขควรดำเนินการในประเด็นดังต่อไปนี้

            1. กระทรวงสาธารณสุข ควรเข้าไปศึกษาเรียนรู้  ในกระบวนการหมัก  พิสูจน์ทดลองสารที่เกิดจากการหมักนั้น  แล้วทำการวิเคราะห์อย่างจริงจังในเมื่อป้าเช็งได้ริเริ่มดำเนินการไว้แล้ว

2.  กระทรวงสาธารณสุขควรให้ฝ่ายวิชาการเข้าไปช่วยเหลือ  ไปให้คำแนะนำวิธีการใด ๆ ที่ดีกว่า  หากมีหรือจุดใดควรปรับเปลี่ยน  จัดใดควรส่งเสริม ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักของภาครัฐ

3.  กระทรวงสาธารณสุขควรให้ฝ่ายวิชาการควรเข้าไปทำการศึกษาวิจัย(Research) อย่างจริง  ดีกว่านั่งเฝ้าโต๊ะในห้องแอร์และคอยจับผิดชาวบ้าน   เพราะหากมีใครที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ต้องควรรีบเข้าไปต่อยอดทางความคิด  ไปทำการวิจัย  ทดลอง  วิเคราะห์  สังเคราะห์แยกแยะสารต่าง    ที่มีในน้ำหมักนั้นแล้วสังเคราะห์  จัดกลุ่มจัดประเภทของสารที่มีในน้ำหมักนั้นอย่างจริงจัง  แบบตรงไปตรงมา

4. กระทรวงสาธารณสุขควรรีบให้ฝ่ายวิชาการควรเข้าไปให้คำแนะนำในเรื่องการจดลิขสิทธิ์ทางปัญญา  ให้ถูกต้องตามหลักของกฎหมาย  น่าจะดีกว่านั่งเฝ้าโต๊ะคอยจับผิด  เพราะสูตรนี้หากฝรั่งนำไปหมักและนำไปจดลิขสิทธิ์ก่อนแล้วจะมานั่งโวยวายกันที่หลัง  เหมือนหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้นมาแล้ว 

5. นักการเมืองในฐานะเป็นตัวแทนของชาวบ้านก็ควรศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านกันจริงจัง  มิใช่อ้างชาวบ้านแต่ความจริงหันหลังให้ชาวบ้าน   มุ่งเอาใจพวกพ่อค้านายทุนที่ให้ผลประโยชน์กับตนเอง  ตามที่ป้าเช็งพูดกล่าวหาอยู่บ่อย ๆ ว่าพวกที่รับเงินจากพวกพ่อค้าสารเคมี

            การที่ป้าเช็งหมักผลไม้รวม  หมักขยะในครัวเรือน(ขยะ) และหมักผลไม้แต่ละประเภท เพื่อใช้ในการซักผ้า  ล้างจาน รดต้นไม้ รดพืชพันธ์ธัญญาหาร และแก้โรคได้หลายชนิด นอกจากป้าเช็งแล้ว ยังคนอื่นอีกที่หมัก ที่พิสูจน์ทดลอง  ทางการควรตระหนักว่าการส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ อย่างไร  อย่าเพียงแต่สร้างวาทกรรม(Discourse) แบบลอยลม  เป็นวาทกรรมเพียงแค่พิธีกรรม  ไม่มีผลในการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม  กรณีของป้าเช็งน่าจะเป็นกรณีที่จะพิสูจน์และท้าทายการทำงานของเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมไปนักการเมืองด้วย  โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ว่ามีความเข้าใจคำว่าส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้านแค่ไหนเพียงใด  เมื่อคนที่ประชาชนเลือกเข้ามา ที่เรียกว่าตัวแทนของประชาชน ยังไม่เข้าใจประชาชนแล้ว  และยังไม่ช่วยเหลือประชาชน  แล้วจะให้ประชาชนหันหน้าไปหาใคร  ทางที่ดีท่านต้องรีบทำความเข้าใจในเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น  ภูมิปัญญาชาวบ้านให้ท่องแท้  อะไรควรส่งเสริม ไม่ควรส่งเสริม อย่าทำสองมาตรฐาน  หากไม่รีบปรังปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ก็สมควรแล้วที่โดนป้าเช็งด่าเอา

 

สรุป

            จากการศึกษากรณีของป้าเช็ง จัดเป็นเรื่องของภูมิปัญญาชาวบ้าน เพราะเกิดจากมวลประสบการณ์ของชาวบ้าน  โดยชาวบ้าน เพื่อประโยชน์ของชาวบ้าน ภูมิปัญญาส่วนนี้ป้าเช็ง ได้สืบทอดมาจากพ่อ หรือเตี่ย ซึ่งเป็นชาวบ้านที่สั่งสมมา ใช้แก้ปัญหาให้อยู่รอดร่วมกันมาเป็นเวลาที่ยาวนาน จากบรรพบุรุษในอดีตถึงปัจจุบัน  อันเกิดจากประสบการณ์ที่ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลากหลาย  เมื่อชาวบ้านทำเอง  ใช้รักษาคนในชุมชน รักษาเพื่อนบ้าน ใช้แก้ปัญหามาได้ เห็นผลเองและไม่มีผลเสียหรือผลค้างเคียงในทางเสียหายใด ๆ แล้ว  มันควรจะสนับสนุนส่งเสริม   หรือควรเข้าไปศึกษาวิจัย   ใช้กระบวนการทางวิชากร  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้าช่วยมากกว่า และดีกว่าที่จะมาจ้องจับผิด ขัดขวางบั่นทอนภูมิปัญญาชาวบ้านไปหมด  แต่หากบางเรื่องมีผลเสียหายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม  แต่ได้ผลประโยชน์แล้วกลับทำเป็นนั่งเงียบ จึงอยากวิงวอนนักการเมือง  ข้าราชการผู้มีอำนาจหน้าที่  ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ปรับฐานความคิดใหม่ให้ดี คือ หากเห็นอะไรหากเป็นประโยชน์ของชาวบ้าน  ทำโดยชาวบ้าน  ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านก็ควรส่งเสริมเขาเถอะ ไปช่วยศึกษาวิจัย  ช่วยให้เขาได้จดลิขสิทธิ์ทางปัญญาไว้เสียให้ถูกต้อง   อย่ารอให้ฝรั่งเอาไปจดลิขสิทธิ์ทางปัญญาก่อนแล้วมาทำเป็นตีโพยตีผายกันทีหลัง อย่างที่แล้ว ๆ มา ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรตำหนิอย่างยิ่ง

 

ความเห็น

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น

Powered by AkoComment 1.0 beta 2


สงวนลิขสิทธิ์โดยมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์
๒๖ หมู่ ๗ ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
โทรศัพท์: ๐-๒๔๒๙-๑๖๖๓, ๐-๒๔๒๙-๑๗๑๙ โทรสาร : ๐-๒๔๒๙-๑๒๔๑, ๐-๒๔๒๙-๑๗๑๙